แชร์ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งครอบครัว !! By Nong Saint BKK

แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการขอวีซ่าชั่วคราวท่องเที่ยวหรือธุรกิจ
Post Reply
User avatar
m2m
ทีมงาน
ทีมงาน
Posts: 378
Joined: Tue Nov 15, 2005 3:19 am
Location: Albany, NY

แชร์ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งครอบครัว !! By Nong Saint BKK

Post by m2m » Thu Nov 29, 2018 9:58 am

แชร์ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งครอบครัว !!!


ขั้นตอนสำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยว (B1/B2) จะมีหลัก ๆ ทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยแบ่งออกเป็น
1. การกรอกฟอร์ม DS-160
2. การนัดสัมภาษณ์
3. การสัมภาษณ์ที่สถานทูต

สำหรับขั้นตอนแรก การกรอกฟอร์ม DS-160 มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. เตรียมข้อมูลในการกรอกใบสมัคร DS-160 ให้ครบถ้วน โดยจะประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้น แผนการท่องเที่ยว

2. กรอกฟอร์ม DS-160 โดยสามารถเข้าผ่าน https://ceac.state.gov/genniv/ จากนั้นเลือกจังหวัดที่จะเดินทางไปขอวีซ่ามีทั้งหมด 2 จังหวัดคือ กรุงเทพ และ เชียงใหม่ หลังจากนั้นอัพโหลดรูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 2*2 นิ้ว พื้นหลังขาว ไม่สวมแว่นตา เห็นใบหูทั้ง 2 ข้าง แล้วเลือก Start an application ที่สำคัญอย่าลืมจดเลขที่สมัครและจำคำตอบของ Security Question เพราะข้อมูลที่ต้องกรอกเยอะมาก อาจจะไม่เสร็จภายใน 1 วัน สามารถเข้ามากรอกในภายหลังได้

3. เริ่มกรอกฟอร์ม DS-160 โดยต้องกรอกข้อมูลตามความเป็นจริง เมื่อยื่นแบบแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้
โดยข้อมูลที่ต้องกรอกในฟอร์ม DS-160 มีดังต่อไปนี้
3.1 ข้อมูลส่วนตัว - ชื่อ-สกุล ที่อยู่ ข้อมูลตามที่ระบุใน Passport
3.2 ข้อมูลการท่องเที่ยว – แผนการเดินทาง ไป-กลับไป ไปรัฐไหน ที่พักอาศัยขณะอยู่ที่อเมริกา ข้อมูลเที่ยวบิน ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของการท่องเที่ยวครั้งนี้
3.3 ข้อมูลติดต่อที่อเมริกา – ส่วนนี้จะถามว่ามีญาติ หรือ คนรู้จักอยู่ที่อเมริกาหรือไม่ หากมีต้องกรอกข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ ความสัมพันธ์ของบุคคลที่กล่าวถึง
3.4 ข้อมูลครอบครัว – ชื่อพ่อ-แม่
3.5 ข้อมูลการศึกษา และ การทำงาน – ข้อนี้สำคัญมาก แนะนำให้กรอกละเอียดที่สุด โดยเฉพาะคนที่ทำงานแล้ว เนื่องจากหน้าที่การงาน และ อายุงานมีความสำคัญในการพิจารณาวีซ่าเป็นอย่างมาก
3.6 ข้อมูลความปลอดภัยและประวัติอาชญากรรม – โดยปกติคนทั่วไปที่ไม่มีประวัติอาชญากรรม เลือก No ทั้งหมด

4. หลังจากที่กรอกข้อมูลเรียบร้อย จะได้รับใบยืนยันการสมัคร ให้ปริ้นออกมาเนื่องจากใบนี้ต้องใช้ในวันสัมภาษณ์


หลังจากกรอกฟอร์ม DS-160 และได้ใบยินยันเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนัดคิวสัมภาษณ์ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เข้าไปที่ http://www.ustraveldocs.com/th_th/index ... rstTime=No

2. สร้างโปรไฟล์ หรือหากใครเคยลงทะเบียนไว้แล้วให้ Log-in เข้าสู่ระบบ

3. หลังจากเข้าสู่ระบบแล้ว ให้เลือก การสมัครขอวีซ่าใหม่/การนัดสัมภาษณ์วีซ่า

4. ระบบจะมีตัวเลือกเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ให้เลือก เช่น ประเภทวีซ่า จังหวังที่จะเดินทางไปขอวีซ่า เป็นต้นจากนั้น กรอกข้อมูลส่วนตัว และ เลขยืนยันการสมัครที่ระบุใน DS-160 สำหรับใครที่จะไปขอกันเป็นครอบครัว ที่ใช้นามสกุลร่วมกัน ให้เพิ่มรายชื่อคนในครอบครัวในขั้นตอนนี้ จะได้รหัสชำระเงินรหัสเดียวกัน เข้าสัมภาษณ์พร้อมกันได้

5. หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วน ระบบจะแจ้งข้อมูลการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า โดยสามารถชำระได้ 2 ช่องทางคือ ชำระเงินสดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ชำระผ่าน Online Banking โดยค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 5,400 บาท ขึ้นอยู่กับค่าเงิน ณ ช่วงเวลานั้น ๆ

6. หลังจากชำระค่าธรรมเนียมแล้ว สามารถจองคิวสัมภาษณ์ได้ภายในเที่ยงของวันถัดไป ให้นำเลขที่ใบเสร็จมากรอกในระบบอีกครั้ง

7. หลังจากเลือกวันสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว จะได้ใบนัดที่ระบุวัน-เวลา ที่เราเลือก ให้ปริ้นในนัดสัมภาษณ์ออกมา เนื่องจากต้องใช้ในวันสัมภาษณ์


ขั้นตอนสุดท้าย เป็นขั้นตอนที่ตื่นเต้นที่สุด นั่นคือการสัมภาษณ์ โดยต้องเดินทางไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ที่ถนนวิทยุ ใครที่ขับรถไป สามารถจอดที่อาคารสินธรฝั่งตรงข้ามได้ แต่ต้องซื้อกาแฟหรือสินค้าเพื่อแสตมป์บัตรจอดรถ ไม่งั้นจะโดนค่าที่จอด ชม.ละ 100 บาท

ก่อนจะเดินทางไปสัมภาษณ์ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน โดยเอกสารที่ใช้จะมีดังต่อไปนี้
1. ใบยินยันการสมัคร DS-160
2. ใบนัดสัมภาษณ์
3. ใบเสร็จที่ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร
4. พาสปอร์ตทุกเล่มที่มี
5. บัตรประชาชนตัวจริง (ใช้ในการฝากโทรศัพท์มือถือ โดยฝากได้เพียง 1 เครื่อง สำหรับอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังบลูทูธ Apple Watch หรือ กระเป๋าถือขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำเข้าไป)
6. รูปถ่าย 2x2 นิ้วที่ใช้ตอนกรอก DS-160 ในกรณีที่ไฟล์ภาพที่อัปโหลดใช้ไม่ได้
7. เอกสารเพิ่มเติม หลัก ๆ คือเอกสารที่สามารถแสดงความผูกพันกับประเทศไทย ว่าเราไปแล้วกลับแน่นอน โดยมักจะประกอบไปด้วย เอกสารรับรองการทำงาน ระบุวันไป-กลับ ตำแหน่ง อายุงาน เงินเดือน เอกสารการเงินย้อนหลัง 6 เดือน เอกสารการครอบครองทรัพย์สินหรือหน่วยลงทุน แผนการท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า แต่มีแผนที่ระบุได้ชัดเจนว่าไปเมื่อไหร่ กลับเมื่อไหร่ ไปทำอะไร
8. ปากกา


สำหรับขั้นตอนการสัมภาษณ์ที่สถานทูต มีดังต่อไปนี้
1. เตรียมเอกสารให้พร้อม แต่งกายให้สุภาพ น่าเชื่อถือ

2. ไปถึงสถานทูตล่วงหน้า อย่างน้อย 30 นาที เมื่อไปถึงแล้วจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดคิวอยู่ด้านหน้าสถานทูตโดยเจ้าหน้าที่จะสอบถามเวลาที่จองคิวไว้ และ เรียงเอกสารเบื้องต้น ก่อนจะเรียกเข้าไปข้างในสถานทูต

3. ผ่านจุดตรวจความปลอดภัย และ ฝากของ (ปิดเครื่องมือสื่อสารให้เรียบร้อย ห้ามเปิด Flight Mode)

4. เมื่อผ่านจุดตรวจความปลอดภัย จะเป็นบริเวณด้านนอกห้องสัมภาษณ์ที่จัดเตรียมให้นั่งรอสัมภาษณ์ตามเวลาที่ระบุ

5. เมื่อถึงเวลาสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่จะประกาศเรียก บุคคลที่ต้องเข้าสัมภาษณ์ในรอบถัดไป เพื่อตรวจเอกสาร หลังจากตรวจเอกสารแล้ว กรณีที่ระบุไว้ว่าจะให้ส่งพาสปอตกลับทางไปรษณีย์ ให้จดเลขพัสดุไว้ ในกรณีที่ได้รับการอนุมัติวีซ่า จะสามารถติดตามการจัดส่งได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้เดิมเข้าบริเวณห้องสัมภาษณ์

6. ในห้องสัมภาษณ์ จะถูกแบ่งเป็นทั้งหมด 2 จุดคือ
6.1 การตรวจเอกสารและพิมพ์ลายนิ้วมือ จุดนี้เจ้าหน้าที่จะเป็นคนไทย
6.2 การสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ต่างชาติ

7. การสัมภาษณ์จะยึดตามข้อมูลใน DS-160 ที่เรากรอกไป ดังนั้นเตรียมตัวให้ดี ตอบให้มั่นใจ ในฟอร์ม DS-160 ที่เรากรอกไว้จะมีให้เลือกภาษาที่เราสามารถสื่อสารได้ หากใครเลือกเป็นภาษาไทยไว้ เจ้าหน้าที่จะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทย แต่โดยทั่วไปควรสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง หรือ ในกรณีที่สัมภาษณ์เป็นครอบครัวควรมีสมาชิกที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ สำหรับคำถามส่วนใหญ่ที่เจ้าหน้าที่จะถาม มีดังต่อไปนี้
7.1 ข้อมูลแผนการเดินทาง - ไปทำอะไร ไปเมื่อไหร่ ไปนานขนาดไหน ไปรัฐไหนบ้าง
7.2 ข้อมูลการทำงาน - ปัจจุบันทำงานที่ไหน ทำอะไร ทำมานานขนาดไหน
7.3 ข้อมูลบุคคลอ้างอิงที่อาศัยอยู่ที่สหรัฐ - มีคนรู้จักอยู่ที่สหรัฐหรือไม่ หากมีบุคคลนั้นทำงานอะไร ทำอยู่ที่ไหน

8. หากผ่าน เจ้าหน้าที่จะเก็บพาสปอร์ตเราไป เป็นอันว่าเรียบร้อย กลับบ้านไปนอนรอวีซ่าได้เลย โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน แต่ส่วนตัวได้เลยภายในวันรุ่งขึ้น ส่วนของครอบครัวได้ภายใน 2 วัน ซึ่งได้รับวีซ่า 10 ปีทั้งหมด

บุคคลที่พบบ่อยว่าไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าท่องเที่ยว มีดังต่อไปนี้
1. นักศึกษาจบใหม่ ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงาน หรือมีประสบการณ์การทำงานต่ำกว่า 6 เดือน
2. บุคคลที่กรอกฟอร์ม DS-160 ไม่ละเอียดและเตรียมเอกสารไม่ได้ครบ
3. บุคคลว่างงาน
4. บุคคลที่สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้และเดินทางคนเดียว
5. บุคคลที่ไม่มีความมั่นคงทางการเงิน มีหน้าที่การงาน แต่มีบุคคลอื่นเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมในด้านของเอกสารและการตอบคำถาม ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการขอวีซ่า ดังนั้น เตรียมข้อมูลให้พร้อม ตอบตามความจริง การขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

Post Reply