Page 2 of 4

Posted: Sat Jul 15, 2006 8:38 pm
by Guest
Thank you for sharing your story na ka. And I'm sorry your tourist visa was rejected just because you were telling the truth. I couldn't imagine how disappointing it must have been the moment you heard "sorry, we can't grant you a visa." 36_1_4

If I may, I would like to give you my 2 cents. If you don't think you're ready to get married, why are you getting married? i know you won't get married until you get a visa and enter the US, but by filing a k-1 visa, you ARE getting married, otherwise, you would have to return home within 90 days.

If you are not sure, you may want to reconsider it. Without a tourist visa, you can't go to the States. True. But your Bf can always come to Thailand to vist. Why hurry if you don't think you are completely ready to start a family and leave thailand?

Just my 2 cents na ka. Whatever decision you make, I am sure you give it a lot of thoughts.

Good luck and Stay Happy ka.

P'White :K:

Posted: Sun Jul 16, 2006 12:16 am
by mrsmurtaugh
อืม น่าสงสารนะคะ
เรากะว่าเดือนตุลานี้ปิดเทอมจะไปเยี่ยนแฟนที่อเมกาค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะบอกไปเลยว่าไปเยี่ยมแฟนนี่แหละค่ะ แล้วเค้าจะถามไหม้น้า ว่าวางแผนจะแต่งงานไหมเนี่ย
เพราะความจริงเรียนก็จะจบปีหน้าอยู่แล้ว เค้าจะคิดได้ไหมน้าว่า เราคงไม่สละที่จะมาเป็นเมียฝรั่งแล้วมาเป็นพนักงานเสิรฟในอเมกาแทนที่จะเรียนให้จบ
แล้วค่อยมาหางานดีๆทำ เฮ้อ กลุ้มค่ะ

Posted: Sun Jul 16, 2006 1:18 am
by madam
mrsmurtaugh wrote:อืม น่าสงสารนะคะ
เรากะว่าเดือนตุลานี้ปิดเทอมจะไปเยี่ยนแฟนที่อเมกาค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะบอกไปเลยว่าไปเยี่ยมแฟนนี่แหละค่ะ แล้วเค้าจะถามไหม้น้า ว่าวางแผนจะแต่งงานไหมเนี่ย
เพราะความจริงเรียนก็จะจบปีหน้าอยู่แล้ว เค้าจะคิดได้ไหมน้าว่า เราคงไม่สละที่จะมาเป็นเมียฝรั่งแล้วมาเป็นพนักงานเสิรฟในอเมกาแทนที่จะเรียนให้จบ
แล้วค่อยมาหางานดีๆทำ เฮ้อ กลุ้มค่ะ


เปอร์เซ็นต์ที่จะผ่านน้อยมากค่ะ ถ้าบอกว่าคุณมีญาติ หรือแฟนที่รู้จักที่นี่ แต่ก็ไม่อยากให้สิ้นหวังค่ะ ลองดู

Posted: Sun Jul 16, 2006 11:22 am
by charida_th
เอาใจช่วยนะค่ะ :FL: ขอบคุณสำหรับแชร์ประสบการณ์ที่ดี ค่ะ :K:

Posted: Sun Jul 16, 2006 11:27 am
by mrsmurtaugh
ขอบคุณ คุณ madam มากนะคะ ที่ให้กำลังใจ เฮ้อ เศร้า ไม่อยากจะโกหกเขาเลย เพราะมันคงจะไม่แนบเนียน และเขาอาจจับโกหกได้
เฮ้อ คงพูดความจริงล่ะค่ะ ลองดูซักตั้ง

Posted: Sun Jul 16, 2006 9:10 pm
by treera75
mrsmurtaugh wrote:อืม น่าสงสารนะคะ
เรากะว่าเดือนตุลานี้ปิดเทอมจะไปเยี่ยนแฟนที่อเมกาค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะบอกไปเลยว่าไปเยี่ยมแฟนนี่แหละค่ะ แล้วเค้าจะถามไหม้น้า ว่าวางแผนจะแต่งงานไหมเนี่ย
เพราะความจริงเรียนก็จะจบปีหน้าอยู่แล้ว เค้าจะคิดได้ไหมน้าว่า เราคงไม่สละที่จะมาเป็นเมียฝรั่งแล้วมาเป็นพนักงานเสิรฟในอเมกาแทนที่จะเรียนให้จบ
แล้วค่อยมาหางานดีๆทำ เฮ้อ กลุ้มค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ mrsmurtaugh ขอขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาอ่านกระทู้ของบี จากคำถามของคุณ ที่ถามว่า เจ้าหน้าที่สถานฑูตจะถามคำถามเหมือนกับที่เขาถามบีหรือปล่าวนั้น คำตอบตอบคือ "ใช่ค่ะ" ทุกๆ ครั้งที่ บีไปขอวีซ่า เจ้าหน้าที่จะถามว่า ไปทำอะไร? ตอบ ไปเที่ยว เยียมแฟน จากนั้น เขาก็จะถามว่า อยุ่นานแค่ไหน? มีแผนจะแต่งงานกันไหม? บีก้อตอบว่า 3 เดือน แต่ไม่มีแผนจะแต่งงาน เขาก็ถามกลับว่าทำไมถึงยังไม่แต่ง? ตอบกลับไปว่า ยังไม่คิดจะแต่งค่ะ แล้วก็ถามว่า ไม่ชอบอยู่อเมริกาเหรอ? บีก็ตอบกลับว่า บีชอบอยู่เมืองไทยมากว่า ค่ะ ซึ่งอย่างนี้ที่ตอบไป เจ้าหน้าที่ไม่เคยขอดูหลักฐานที่นำมา support ด้วยเลย แล้วเขาก็บอกว่า ถ้าอนุมัติให้ขออย่าให้อยู่เกินกำหนดวีซ่านะ แล้วตอนกลับมาถึงเมืองไทยให้มารายงานตัวที่สถานฑูตที่ชอง 13 ด้วย ซึ่งเราก็ทำตาม

แต่ตรั้งที่ผ่านมาเนี่ยเหมือนที่คุณอื่นนะคะ บีตอบเขาไปว่าเราวางแผนไว้แต่ยังไม่พูดด้วยซ้ำไปว่าจะแต่ง ทริปนี้ เขาก็ปฏิเสธอย่างสิ้นเยื่อใยเลยค่ะ สำหรับคำแนะนำของบี ก็คงเป็นรายละเอียดประสบการณ์ที่ผ่านด้วยตัวเองนะคะ แต่ละเคสอาจจะแตกต่างกันนะคะ และเจ้าหน้าที่สถานฑูตแตละคนก็มีเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติวีซ่า ไม่เหมือนกันค่ะ คราวที่ผ่าน ๆ มาบีคงโชคดีนะคะ อย่างเพิ่งท้อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

Posted: Sun Jul 16, 2006 9:31 pm
by treera75
Anonymous wrote:Thank you for sharing your story na ka. And I'm sorry your tourist visa was rejected just because you were telling the truth. I couldn't imagine how disappointing it must have been the moment you heard "sorry, we can't grant you a visa." 36_1_4

If I may, I would like to give you my 2 cents. If you don't think you're ready to get married, why are you getting married? i know you won't get married until you get a visa and enter the US, but by filing a k-1 visa, you ARE getting married, otherwise, you would have to return home within 90 days.

If you are not sure, you may want to reconsider it. Without a tourist visa, you can't go to the States. True. But your Bf can always come to Thailand to vist. Why hurry if you don't think you are completely ready to start a family and leave thailand?

Just my 2 cents na ka. Whatever decision you make, I am sure you give it a lot of thoughts.

Good luck and Stay Happy ka.

P'White :K:
ขอบคุณมากค่ะ พี่ไวท์ สำหรับคำแนะนำดี ๆ ค่ะ แต่คำถามที่พี่ไวท์ถามว่า ถ้าไม่พร้อมที่จะแต่งงานและยังอยากอยู่เมืองไทย แล้วบีจะรีบร้อนไปทำไมนั้น ฮือ.... อันนี้มันตอบยากหน่อยค่ะ คือคำว่า "รัก และ คิดถึง นะคะ" บีกับแฟนคบกันมา 7 ปีแล้วค่ะ และก็อไปเคยอยู่ห่างกันนานขนาดนี้ ถามว่าอยากแต่งงานไหม ก็อยากแต่งค่ะ แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เพราะบีน่ะ ชอบอยู่เมืองไทย บีไม่ชอบเมกาค่ะ อีกอย่าง ถ้าอยู่เมืองไทย นาน ๆ แฟนกลัวเป็นอื่น ค่ะ เขาก็เลยบอกว่า งั้นก็ทำวีซ่าคู่หมั้นไปแล้วกัน ถ้ายังไม่พร้อมก็กลับมาก่อน ถ้ารู้สึกพร้อม ก็แต่งมียังมีเวลาอีกสามเดือนว่าจะแต่งหรือไม่แต่งค่ะ "จริง ๆ แล้วอยากมีครอบครัวกับเขาอยากแต่งงานค่ะ" แต่ไม่อยากอยู่เมกา แต่แฟนไม่อยากมาอยู่เมืองไทยค่ะ นี่คือปัญหาหลัก แต่พี่ไวท์ค๊ะ บีก็มีคำถามเหมือนที่พี่ถามบีอยู่ในใจลึก ๆ ตลอดเลยค่ะ แต่คำตอบมันคือ เพราะเรารักเขา ค่ะ

บีก็ขอให้บีโชคดีกับการขอวีซ่าเช่นกันนะคะ
:K:

Posted: Sun Jul 16, 2006 10:46 pm
by mrsmurtaugh
คุณบีขอบคุณนะคะ

ฮืม ถ้าเขาถามว่ามีแผนจะแต่งงานไหม ก็คงจะบอกไปว่ามีแหละค่ะ แต่ว่าหลังเรียนจบ ปีหน้า
หรือว่าควรจะบอกว่ายังไม่มีแผนจะแต่งงานดีคะ

แต่เขาน่าจะถามคุณบีให้ละเอียดหน่อยนะคะ มีแผนแต่งงานเนี่ย จะแต่งเมื่อไหร่อะไรงี้ค่ะ เรามีแผนจะแต่งงานก็ใช่ว่าเราจะแต่งวันแต่งพรุ่ง
ยังไงก็ขอให้คุณบีโชคดี กับวีซ่าคู่หมั้นนะคะ

Posted: Sun Jul 16, 2006 11:56 pm
by jum_1108
- สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ จุ๋มได้ B1/B2 VISA for 10 years ค่ะ ไปเมกามาแล้ว immigration ที่เมกา ถามว่าจุ๋มมาทำอะไร ก็บอกว่ามาสัมมนากับทางบริษัทที่เมา แล้วเค้าก็stamp ให้อยู่ 3 เดือนเอง แล้วเพิ่งออกจากเมกามาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน กลับมาอยู่เมืองไทยเดือนกว่า ๆ และกำลังจะกลับไปเมกาต้นเดือนสิงหาคมค่ะ แต่ตอนนี้อยากถามเพื่อน ๆ ว่า จะตอบที่ custom ว่ามาทำอะไรดีค่ะ ตามความคิดของจุ๋ม จะบอกว่ามาเยี่ยมญาติ ค่ะ
- อ้อ ถามอีกเรื่องนะค่ะ ถ้าเดินทาง domestic ในเมกา เค้าไม่ดู passport ใช่มั๊ยค่ะ

Posted: Mon Jul 17, 2006 12:45 am
by treera75
mrsmurtaugh wrote:คุณบีขอบคุณนะคะ

ฮืม ถ้าเขาถามว่ามีแผนจะแต่งงานไหม ก็คงจะบอกไปว่ามีแหละค่ะ แต่ว่าหลังเรียนจบ ปีหน้า
หรือว่าควรจะบอกว่ายังไม่มีแผนจะแต่งงานดีคะ

แต่เขาน่าจะถามคุณบีให้ละเอียดหน่อยนะคะ มีแผนแต่งงานเนี่ย จะแต่งเมื่อไหร่อะไรงี้ค่ะ เรามีแผนจะแต่งงานก็ใช่ว่าเราจะแต่งวันแต่งพรุ่ง
ยังไงก็ขอให้คุณบีโชคดี กับวีซ่าคู่หมั้นนะคะ


ขอบคุณค่ะที่เป็นกำลังใจให้บี ถ้าถามบีเรื่องจะตอบกับเจ้าหน้าที่อย่างไรดีถ้าเจ้าหน้าที่ถามเรื่องแผนการแต่งงาน บีแนะนำค่ะ ไม่ควรจะหลุดคำว่า แต่งงานหรือแม้แต่คำว่ามีแผนไว้ค่ะ จะเป็นอะไรที่ปลอดภัยกว่าค่ะ ถ้าคุณจะเดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่ถ้าขอ K1 ก็ตอบความจริงไปได้เลยค่ะ อันนี้จากประสบการณ์บีนะคะ อาจจะฟังดูความคิดของเพื่อนๆ คนอื่นๆ อีกก็ได้ค่ะ ขอให้โชคดีค่ะ

Posted: Mon Jul 17, 2006 1:00 am
by treera75
jum_1108 wrote:- สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ จุ๋มได้ B1/B2 VISA for 10 years ค่ะ ไปเมกามาแล้ว immigration ที่เมกา ถามว่าจุ๋มมาทำอะไร ก็บอกว่ามาสัมมนากับทางบริษัทที่เมา แล้วเค้าก็stamp ให้อยู่ 3 เดือนเอง แล้วเพิ่งออกจากเมกามาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน กลับมาอยู่เมืองไทยเดือนกว่า ๆ และกำลังจะกลับไปเมกาต้นเดือนสิงหาคมค่ะ แต่ตอนนี้อยากถามเพื่อน ๆ ว่า จะตอบที่ custom ว่ามาทำอะไรดีค่ะ ตามความคิดของจุ๋ม จะบอกว่ามาเยี่ยมญาติ ค่ะ
- อ้อ ถามอีกเรื่องนะค่ะ ถ้าเดินทาง domestic ในเมกา เค้าไม่ดู passport ใช่มั๊ยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณจุ๋ม ตอบเรื่องที่ตอบได้ก่อนนะคะ Domestic ในอเมริกา ก็ต้องใช้ Passporrt ค่ะ เพราะเราเป็นคนต่างด้าวค่ะ เดินทางไปที่ไหน ๆ ก้ต้องใช้หนังสือเดินทางค่ะ แต่คำถามว่า ไปอเมริกาคราวนี้ จะบอกกับเจ้าหน้าที่ที่ immigration ว่าอย่างไรดี ? ตามประสบการณ์บีบอกว่า มาเที่ยวค่ะ มาเยี่ยมแฟน ทุกครั้ง ก็เหมือนเดิม เพราะทางสถานฑูตมีเรคคอร์ดของพี่ไว้ เวลาเขาออกวีซ่าให้ เข้าก้ออก ว่า To visit ...ตามด้วยชื่อแฟนพี่ค่ะ พิมพ์ลงบนหน้าวีซ่า แต่ยังไม่เคยมีประสบการกับ multi Entries Visa เลยค่ะ ยังงัยแล้วก็ลองฟังดูความคิดเห็นของเพื่อนคนอื่น ๆ ค่ะ

Posted: Mon Jul 17, 2006 11:33 am
by jum_1108
treera75 wrote:
jum_1108 wrote:- สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ จุ๋มได้ B1/B2 VISA for 10 years ค่ะ ไปเมกามาแล้ว immigration ที่เมกา ถามว่าจุ๋มมาทำอะไร ก็บอกว่ามาสัมมนากับทางบริษัทที่เมา แล้วเค้าก็stamp ให้อยู่ 3 เดือนเอง แล้วเพิ่งออกจากเมกามาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน กลับมาอยู่เมืองไทยเดือนกว่า ๆ และกำลังจะกลับไปเมกาต้นเดือนสิงหาคมค่ะ แต่ตอนนี้อยากถามเพื่อน ๆ ว่า จะตอบที่ custom ว่ามาทำอะไรดีค่ะ ตามความคิดของจุ๋ม จะบอกว่ามาเยี่ยมญาติ ค่ะ
- อ้อ ถามอีกเรื่องนะค่ะ ถ้าเดินทาง domestic ในเมกา เค้าไม่ดู passport ใช่มั๊ยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณจุ๋ม ตอบเรื่องที่ตอบได้ก่อนนะคะ Domestic ในอเมริกา ก็ต้องใช้ Passporrt ค่ะ เพราะเราเป็นคนต่างด้าวค่ะ เดินทางไปที่ไหน ๆ ก้ต้องใช้หนังสือเดินทางค่ะ แต่คำถามว่า ไปอเมริกาคราวนี้ จะบอกกับเจ้าหน้าที่ที่ immigration ว่าอย่างไรดี ? ตามประสบการณ์บีบอกว่า มาเที่ยวค่ะ มาเยี่ยมแฟน ทุกครั้ง ก็เหมือนเดิม เพราะทางสถานฑูตมีเรคคอร์ดของพี่ไว้ เวลาเขาออกวีซ่าให้ เข้าก้ออก ว่า To visit ...ตามด้วยชื่อแฟนพี่ค่ะ พิมพ์ลงบนหน้าวีซ่า แต่ยังไม่เคยมีประสบการกับ multi Entries Visa เลยค่ะ ยังงัยแล้วก็ลองฟังดูความคิดเห็นของเพื่อนคนอื่น ๆ ค่ะ


ขอบคุณนะค่ะสำหรับความคิดเห็น ถ้าเราใช้ passport ในการเดินทาง Domestic ในอเมริกา เค้าจะ stamp on passport ของเราหรือเปล่าค่ะ เพราะจะอ้างว่าครั้งที่แล้วมาทำงาน ไม่ได้อยู่ที่รัฐนั้นนะค่ะ สับสนดีเนอะ

Posted: Mon Jul 17, 2006 11:42 am
by cafeyenyen
mrsmurtaugh wrote:อืม น่าสงสารนะคะ
เรากะว่าเดือนตุลานี้ปิดเทอมจะไปเยี่ยนแฟนที่อเมกาค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะบอกไปเลยว่าไปเยี่ยมแฟนนี่แหละค่ะ แล้วเค้าจะถามไหม้น้า ว่าวางแผนจะแต่งงานไหมเนี่ย
เพราะความจริงเรียนก็จะจบปีหน้าอยู่แล้ว เค้าจะคิดได้ไหมน้าว่า เราคงไม่สละที่จะมาเป็นเมียฝรั่งแล้วมาเป็นพนักงานเสิรฟในอเมกาแทนที่จะเรียนให้จบ
แล้วค่อยมาหางานดีๆทำ เฮ้อ กลุ้มค่ะ
ความจริงขอใบรับรองจากสถาบันการศึกษาว่าเรายังเรียนอยู่น่าจะได้ แต่ดูจากเปอร์เซ็นที่เขาไปขอวีซ่าถ้าเราบอกว่ามีคนรู้จักอยู่ที่โน่นมีโอกาสโดนปฏิเสธมากกว่าคนที่บอกว่าไม่รู้จักใคร แต่ยังไงก็ลองซักตั้งดูค่ะ ขอให้ได้วีซ่านะคะ

Posted: Mon Jul 17, 2006 1:55 pm
by jamie_naina
jum_1108 wrote:
treera75 wrote:
jum_1108 wrote:- สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ จุ๋มได้ B1/B2 VISA for 10 years ค่ะ ไปเมกามาแล้ว immigration ที่เมกา ถามว่าจุ๋มมาทำอะไร ก็บอกว่ามาสัมมนากับทางบริษัทที่เมา แล้วเค้าก็stamp ให้อยู่ 3 เดือนเอง แล้วเพิ่งออกจากเมกามาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน กลับมาอยู่เมืองไทยเดือนกว่า ๆ และกำลังจะกลับไปเมกาต้นเดือนสิงหาคมค่ะ แต่ตอนนี้อยากถามเพื่อน ๆ ว่า จะตอบที่ custom ว่ามาทำอะไรดีค่ะ ตามความคิดของจุ๋ม จะบอกว่ามาเยี่ยมญาติ ค่ะ
- อ้อ ถามอีกเรื่องนะค่ะ ถ้าเดินทาง domestic ในเมกา เค้าไม่ดู passport ใช่มั๊ยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณจุ๋ม ตอบเรื่องที่ตอบได้ก่อนนะคะ Domestic ในอเมริกา ก็ต้องใช้ Passporrt ค่ะ เพราะเราเป็นคนต่างด้าวค่ะ เดินทางไปที่ไหน ๆ ก้ต้องใช้หนังสือเดินทางค่ะ แต่คำถามว่า ไปอเมริกาคราวนี้ จะบอกกับเจ้าหน้าที่ที่ immigration ว่าอย่างไรดี ? ตามประสบการณ์บีบอกว่า มาเที่ยวค่ะ มาเยี่ยมแฟน ทุกครั้ง ก็เหมือนเดิม เพราะทางสถานฑูตมีเรคคอร์ดของพี่ไว้ เวลาเขาออกวีซ่าให้ เข้าก้ออก ว่า To visit ...ตามด้วยชื่อแฟนพี่ค่ะ พิมพ์ลงบนหน้าวีซ่า แต่ยังไม่เคยมีประสบการกับ multi Entries Visa เลยค่ะ ยังงัยแล้วก็ลองฟังดูความคิดเห็นของเพื่อนคนอื่น ๆ ค่ะ
ขอบคุณนะค่ะสำหรับความคิดเห็น ถ้าเราใช้ passport ในการเดินทาง Domestic ในอเมริกา เค้าจะ stamp on passport ของเราหรือเปล่าค่ะ เพราะจะอ้างว่าครั้งที่แล้วมาทำงาน ไม่ได้อยู่ที่รัฐนั้นนะค่ะ สับสนดีเนอะ
อย่างที่พี่บีบอกเลยค่ะพี่จุ๋ม เค้าจะขอดูพาสปอร์ตแค่ว่า ชื่อเรา หน้าเรา ตรงกับชื่อที่อยู่บนตั๋วเครื่องบินหรือเปล่าค่ะ ไม่มีแสตมป์ใดๆทั้งสิ้นค่ะ

Posted: Mon Jul 17, 2006 1:58 pm
by jamie_naina
cafeyenyen wrote:
mrsmurtaugh wrote:อืม น่าสงสารนะคะ
เรากะว่าเดือนตุลานี้ปิดเทอมจะไปเยี่ยนแฟนที่อเมกาค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะบอกไปเลยว่าไปเยี่ยมแฟนนี่แหละค่ะ แล้วเค้าจะถามไหม้น้า ว่าวางแผนจะแต่งงานไหมเนี่ย
เพราะความจริงเรียนก็จะจบปีหน้าอยู่แล้ว เค้าจะคิดได้ไหมน้าว่า เราคงไม่สละที่จะมาเป็นเมียฝรั่งแล้วมาเป็นพนักงานเสิรฟในอเมกาแทนที่จะเรียนให้จบ
แล้วค่อยมาหางานดีๆทำ เฮ้อ กลุ้มค่ะ
ความจริงขอใบรับรองจากสถาบันการศึกษาว่าเรายังเรียนอยู่น่าจะได้ แต่ดูจากเปอร์เซ็นที่เขาไปขอวีซ่าถ้าเราบอกว่ามีคนรู้จักอยู่ที่โน่นมีโอกาสโดนปฏิเสธมากกว่าคนที่บอกว่าไม่รู้จักใคร แต่ยังไงก็ลองซักตั้งดูค่ะ ขอให้ได้วีซ่านะคะ
เห็นด้วยค่ะ ถ้าคุณ mrsmurtaugh ยังเรียนอยู่ ก็ควรจะเอาใบรับรองความเป็นนักศึกษา ใบ transcript เอาไปให้เจ้าหน้าที่ดู ว่าเรายังเรียนอยู่จริงๆ แล้วก็บอกว่าเราอยากไปเที่ยวอเมริกา ก่อนเรียนจบ เพราะพอเรียนจบแล้วต้องทำงาน คงไม่มีเวลามาเที่ยวแล้วอ่ะค่ะ เพื่อนของเพื่อนเค้าก็ทำแบบนี้ ตอนปีสี่ เทอมสอง เจ้าหน้าที่ไม่ถามอะไรอย่างอื่นอีกเลย ก็ให้วีซ่าสิบปีมาเลย

แล้วก็ไม่ควรจะบอกว่าเรามีแฟนอยู่ที่นั่นนะคะ เค้าได้ยินคำว่าแฟน เค้าก็ไม่ฟังเหตุผลอย่างอื่นแล้วอ่ะค่ะ เพื่อนคิดว่านะคะ