Page 1 of 1

ประสพการณ์การต่ออายุวีซ่าประเภท Non-O (January 2011)

Posted: Tue Feb 01, 2011 2:05 pm
by Kritchawan
ในกรณีที่จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศตามกฏหมายของรัฐนั้น ๆ แต่ไม่ได้ทำการรับรองเอกสารกับหน่วยงานใดก่อนเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา

เนื่องจากพี่ไม่ได้วางแผนที่จะอยู่มากกว่า 3 เดือน (ตามอายุวีซ่าของสามี) แต่เนื่องจากเมื่อถึงประเทศไทยได้สองอาทิตย์คุณแม่ตรวจพบมะเร็ง ทำให้มีความจำเป็นต้องอยุ่ดุแลคุณแม่ เดชะบุญที่ติดเอกสารทั้งหลายทั้งปวงมาด้วย สามีจึงได้ติดต่อกับ Secretary of State ของมิชิแกนให้ทำการรับรองทะเบียนสมรส และส่งมาที่เมืองไทยทางไปรษณีย์ (ค่าใช้จ่ายชุดละ 50 เหรียญ) เมื่อได้เอกสารมาแล้ว จึงไปทำ Notary public ที่สถานทุตอเมริกาในไทย

สามียื่นเอกสาร 2 แผ่นคือ affidavit สำหรับทะเบียนสมรส 1 ใบ และ affidavit สำหรับเงินเดือนอีก 1 ใบ โดยไม่ได้แนบเอกสารต้นฉบับเสียด้วยซ้ำ เพราะอย่างไรเสียทางสถานทูตอเมริกา จะไม่รับรองสำเนาเอกสารอื่น ๆ อยู่แล้วนอกจาก affidavit (ค่าใช้จ่ายฉบับละ 50 เหรียญ) หลังจากนั้น จึงนำเอกสารทั้งหมดไปแปลซึ่งประกอบด้วย
- affidavit สำหรับทะเบียนสมรส และทะเบียนสมรสที่ได้มาจาก Secretary of State (แปลจากอังกฤษเป็นไทย)
- affidavit สำหรับรับรองเงินเดือน (แปลจากอังกฤษเป็นไทย) ในกรณีนี้ แปลแต่ตัว affidavit นะคะ ไม่จำเป็นต้องแปลจดหมายรับรองเงินเดือนที่ออกมาจากบริษัทฯ

เมื่อได้เอกสารดังกล่าวแล้ว จึงไปทำการรับรองการแปลเอกสารที่กรมกางกงสุลแจังวัฒนะ แต่พี่รอรับในวันเดียวกัน ค่าใช้จ่ายชุดละ 400 บาท

หลังจากรวบรวมเอกสารทั้งหมดแล้ว พี่ก้อไปติดต่อกองตรวจคนเข้าเมืองที่แจ้งวัฒนะ แต่สำหรับกรณีจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ จำเป็นจะต้องมีเอกสารอีกหนึ่งอย่างเพิ่มเติมคือทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ซึ่งสามารถไปขอได้จากสำนักทะเบียนเขต หรืออำเภอ ได้ทุกแห่ง (ไม่จำเป็นต้องตรงกับทะเบียนบ้าน) ซึ่งอาศัยเอกสารดังต่อไปนี้

- บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมถ่ายสำเนาอย่างละ 1 ชุด
- สำเนาใบสำคัญการสมรสที่จดทะเบียน ณ ต่างประเทศให้สถานทูตรับรอง แปลเป็นภาษาไทย และให้กระทรวงต่างประเทศรับรองการแปล

หมายเหตุ: ข้อมูลรายละเอียดหลักฐานดังกล่าว พี่ได้มาจากสำนักงานเขต แต่ทั้งนี้ในใบแจ้งรายละเอียด ไม่ได้ระบุว่า จำเป็นต้องมีพยาน 2 คนสำหรับการยื่นคำขอเอกสารดังกล่าว ดังนั้น ขอแนะนำให้พาญาติ หรือเพื่อนที่รุ้จักตัวผู้ยื่นคำขอและคู่สมรสไปด้วยอย่างน้อย 1 คน (เพราะเจ้าหน้าที่สามารถเป็นพยานให้เราได้ 1 คน) เพราะจะต้องมีการสอบปากคำพยานด้วยในวันยื่นคำขอ อาจจะต้องใช้เวลาทั้งหมดช่วงเช้า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่า สำนักงานเขตนั้น ๆ มีงานเยอะแค่ไหน แต่พี่ไปเขตวัฒนาซึ่งคนไม่เยอะ

หลักฐานที่ใช้ประกอบในการขออยู่ต่อวีซ่าประเภท Non-0

- แบบฟอร์ม ตม.7 พร้อมติดรูปถ่าย 4 x 5 ซม. 1 รูป
- สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว
- สำเนาทะเบียนสมรส (คร.2), ใบสำคัญการสมรส (คร.3), เอกสารรับรองสถานะโสดจากสถานทูตตอนจดทะเบียนสมรส
กรณีจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ ให้แสดงทะเบียนสมรส ที่แปลเป็นภาษาไทย หรืออังกฤษ รับรองจากสถานทูตนั้น และทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) จาก
สำนักทะเบียนเขต หรืออำเภอ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้านของภรรยา หรือเอกสารอื่นที่พิสุจน์ได้ว่ามีสัญชาติไทยจากส่วนราชการ เช่น กรณีบิดา หรือมารดา เป็นคนต่างด้าว
ให้แสดงสูติบัตรภรรยา, หลักฐานการได้สัญชาติไทย, ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล, ใบสำคัญการหย่า(ถ้าเคยสมรสมาก่อน)
- สำเนาสูติบัตรบุตร และสำเนาทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)
- สัญญาเช่าบ้านที่พักอาศัย หรือ หนังสือรับรองที่พักอาศัยจากเจ้าของบ้าน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวฯ หรือสำเนาทะเบียนบ้านบ้านเจ้าของบ้าน
- รุปถ่ายครอบครัวในที่พักอาศัยปัจจุบัน
- แผนที่บ้าน
- ค่าธรรมเนียม 1900 บาท

หมายเหตุ: ผู้ยื่นคำขอและคู่สมรสต้อมาติดต่อด้วยตัวเองเพื่อมาให้ปากคำ
ให้น้ำหลักฐานเอกสารตัวจริงมาแสดง และถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องด้วยลายมือชื่อของผุ้ยื่นคำขอ

ข้อมูลข้างต้นได้มาจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเป็นเอกสารที่ใช้ในกรณี มีภรรยาเป็นคนไทย

น้อง ๆ บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมพี่ต้องนำเอกสารรับรองเงินเดือนไปทำ affidavit คำตอบคือ ถ้าขออยู่ต่อในกรณีอุปการะภรรยาไทย จะต้องมีเงินได้เดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท พี่จึงได้นำเอกสารรับรองเงินได้ของสามีมาใช้ หรือถ้าน้องไม่ใช้หนังสือรับรองเงินเดือน อีกทางเลือกคือต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคาร 400,000 บาท
ปรับสมุด ณ วันที่ยื่นคำขอ และเงินคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลังไปไม่น้อยกว่า 2 เดือน

ในกรณีรูปถ่าย แนะนำให้ถ่ายรูปที่แสดงเลขที่บ้าน และรูปถ่ายในบ้านคุ่สมรสและครอบครัวมายื่นประกอบคำร้องด้วยนะคะ จริง ๆ แล้วพี่เสียเวลาไปกับเรืองนีพอสมควร อาทิเช่น ไม่ทราบมาก่อนว่าต้องมี คร.22 ซึ่งหาข้อมูลในอินเตอร์เนทมามากมายก้อไม่พบ มาทราบก้อตอนไปตม.แล้ว แถมตอนไปสำนักงานเขตยังไม่ทราบอีกว่าต้องมีพยานและต้องสอบปากคำพยานอีก ไม่อยากให้น้อง ๆ ต้องมาเสียเวลากับรายละเอียดพวกนี้ ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เพราะไม่ได้ระบุในรายการเอกสารที่เราต้องรวบรวม พี่จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง

ตอนนี้ทางตม ต่ออายุให้ชั่วคราว 1 เดือน นัดฟังผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์ค่ะ ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ
พี่งฝิ่น