การแต่งงานกับชาวต่างชาติและการถือครองทรัพย์สินในไทย

Locked
User avatar
Jum
แจมบ่อย
แจมบ่อย
Posts:245
Joined:Tue Oct 18, 2005 12:15 am
Location:Lampang, Thailand
การแต่งงานกับชาวต่างชาติและการถือครองทรัพย์สินในไทย

Post by Jum » Thu Dec 29, 2005 9:47 am

การแต่งงานและการเสียสิทธิในเมืองไทย
สิ่งที่เป็นหนามยอกอกของผู้หญิงไทยหลายๆ คนที่แต่งงานกับคนต่างชาติก็คือ การเสียสิทธิซื้อบ้านและที่ดินในประเทศไทย คำกล่าวที่ว่า "แต่งงานกับฝรั่งแล้วหมดสิทธิซื้ออสังหาริมทรัพย์" ทำให้ผู้หญิงไทยอดแค้นใจในกฎหมายไทยไม่ได้ วันนี้เราจะมาลอง "ส่องกล้อง" ดูให้ถ่องแท้ว่ากฎหมายไทย "ใจดำ" จริงๆ หรือ

ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาตามกฎหมายไทย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด 4 ว่าด้วยเรื่อง ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา มาตรา 1475 กล่าวว่า ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส หรือได้โดยพินัยกรรมซึ่งระบุให้เป็นสินสมรส หรือดอกผลของสินส่วนตัว ให้ถือว่าเป็นสินสมรส

หมายความว่า สำหรับกฎหมายไทยนั้น ไม่ว่าสามีของคุณจะเป็นไทย เจ๊ก แขก ฝรั่ง ทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากจดทะเบียนสมรสต้องเป็นสินสมรสหมด (นอกจากคุณจะจดทะเบียนแยกทรัพย์สินส่วนตัว ไว้กับนายทะเบียนตอนจดทะเบียนสมรส) ซึ่งเมื่อหย่ากันก็ต้องเอาสองหาร ถ้าสามีของคุณเป็นคนไทย แผ่นดินไทยก็ไม่เดือดร้อนอะไร เท่าไรถ้าคุณจะต้องแบ่งบ้านและที่ดินให้สามี เพราะถือว่าเป็นเจ้าของแผ่นดินเหมือนกัน แต่ถ้าเกิดสามีเป็นคนต่างชาติ ก็จะไปขัดแย้งกับประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 86 ซึ่งห้ามคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ยกเว้นแต่จะถือกรรมสิทธิ์เพื่อใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้า อันจะนำประโยชน์มาสู่ประเทศไทย

แต่งงานกับฝรั่งแล้ว เหมือนถูกพันธนาการจริงๆ หรือ

การหาวิธีการต่างๆ ที่จะซื้อบ้านซื้อที่ดินหลังจากจดทะเบียนสมรสกับคนต่างด้าว แทบจะกลายเป็นวงจรชีวิตของคนไทย ที่แต่งงานมาอยู่ต่างประเทศ บางคนก็หาวิธี ไม่ยอมเปลี่ยนนามสกุล และเปลี่ยนบัตรประชาชน ใช้นามสกุลเดิมเพื่อปกปิดการสมรสในประเทศไทย หรือทำให้สามีเข้าใจว่าเขามีกรรมสิทธิร่วมในที่ดิน เป็นต้น
ดิฉันอยากจะขอแนะนำ ให้หาทางซึ่งถูกต้องตามกฎหมายจะดีกว่า เพราะมั่นคงและปลอดภัยสำหรับตัวของคุณไม่เสี่ยงต่อการไปพบปสรรคที่คิดไม่ภายหลัง

หนามยอก เอาหนามบ่ง

วิธีการที่ถูกกฎหมายคือ เมื่อถูก "กฎหมายยอก" ก็ต้องเอา "กฎหมายมาบ่ง" เช่น

เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้าน กฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวเช่าที่ดินได้ 30 ปี และต่ออายุไปอีกจนถึง 90 ปี


ซื้อที่ดิน (ใครจะเป็นคนซื้อก็ได้) แล้วลงชื่อให้เป็นกรรมสิทธิ์ของญาติพี่น้อง (ซึ่งไว้ใจกันได้) แล้วคุณก็ทำสัญญาเช่าหลายสิบปี ถ้าคุณหย่ากับสามีฝรั่งแล้ว ก็คุณก็สามารถไปโอนชื่อกลับมาเป็นของคุณได้ โดยมีใบสำคัญการหย่าไปแสดงเป็นหลักฐาน
ขอเตือนอย่างหนึ่งว่า ควรเล่นมือสะอาด ในกรณีที่สามีของคุณเป็นผู้ออกเงินให้ซื้อ จะต้องให้เขารับทราบว่า เขาไม่มีส่วนร่วมในกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้ แต่เขามีสิทธิเรียกร้องเงินคืนได้ถ้าจะเอากันขนาดถึงโรงถึงศาล (โปรดอ่านหัวข้อ "คนต่างชาติไม่มีสิทธิในที่ดิน แต่มีสิทธิในเงินค่าที่ดิน")


กฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวซื้อที่ดินแบบนิติบุคคลได้ (เพื่อทำกิจการธุรกิจ) ในเรื่องนี้ขอให้ดูรายละเอียดในหนังสือเรื่อง "สิทธิของฉันในเยอรมัน"


กรมที่ดินวางระเบียบไว้ว่า ถ้าผู้หญิงไทยที่สมรสกับคนต่างด้าว นำเงินที่เป็นสินส่วนตัวไปซื้อที่ดิน โดยนำหลักฐานการงานและรายได้ไปแสดงให้กรมที่ดินเชื่อได้ ก็รับที่จะจดทะเบียนให้ โดยถือว่าที่ดินนั้นเป็นสินส่วนตัว
ในเรื่องนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1471 และ 1472 กล่าวไว้ว่า สินส่วนตัวคือทรัพย์สินที่มีมาก่อนสินสมรส หรือได้รับมรดก หรือได้รับโดยเสน่หาในระหว่างการสมรส และถ้าทรัพย์สินนั้นได้แลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินอื่น โดยการซื้อหรือขาย ก็ถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัว


ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1469 ให้สามีและภรรยาทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินกันได้ในระหว่างสมรส ดังนั้น สามีก็อาจจะทำสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องสิทธิในกรรมสิทธิ์ของที่ดินที่ภรรยาซื้อ และถือว่าเป็นสินส่วนตัวของภรรยาแต่เพียงผู้เดียว สัญญานี้คุณอาจจะให้สามีทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อนำไปยื่นให้กรมที่ดิน แต่ประมวลกฎหมายมาตรานี้กล่าวต่อไปว่า "ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่ หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้ แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต"
คนต่างชาติไม่มีสิทธิในที่ดิน แต่มีสิทธิในเงินค่าที่ดิน

ถ้าคนต่างชาติออกเงินค่าซื้อที่ดินเพื่อหวังจะใช้ประโยชน์ หรือถ้าคนต่างชาติถูกชักชวนให้ซื้อที่ดิน โดยไม่รู้ว่าตนไม่ได้รับกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ เมื่อเขาจะต้องสูญเสียที่ดินนั้นไปด้วยเหตุใดก็ตาม เขาสามารถฟ้องศาลเอาเงินคืนได้ ในเรื่องนี้ดิฉันขอจะชี้แจงด้วยการใช้ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆคงจะทุ่นเวลาที่สุด
สามีภรรยา (ฝรั่ง-ไทย) คู่หนึ่งช่วยกันออกเงินซื้อบ้านและที่ดินในประเทศไทยเพื่อจะอยู่ร่วมกัน โดยจดทะเบียนกรรมสิทธิ์บ้านที่ดินเป็นของผู้หญ
โดย: [0 3] ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
ิงฝ่ายเดียว (เนื่องจากฝ่ายชายไม่มีสิทธิ) ต่อมาทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกัน ขณะยังผ่อนส่งบ้านยังไม่หมดและหม้อข้าวก็ยังไม่ทันจะดำ ทั้งคู่ก็แยกทางกัน เมื่อดูตามรูปการณ์แล้ว บ้านและที่ดินควรจะต้องตกเป็นของฝ่ายหญิงอย่างแน่นอน เพราะได้มาก่อนการสมรส จึงถือเป็นสินส่วนตัว แต่ฝ่ายชายยึดถือหลักความจริง จึงไปขึ้นศาลไทย ศาลไทยได้ตัดสินออกมาว่า ทั้งสองฝ่ายช่วยกันออกเงินซื้อบ้านหลังนั้นเพื่อจะใช้อยู่ร่วมกัน เมื่อจุดประสงค์นี้หมดสิ้นไป ฝ่ายชายก็มีสิทธิได้ส่วนของเขาคืนไป ฝ่ายหญิงต้องขายบ้านนั้นเอาเงินมาแบ่งให้ฝ่ายชายครึ่งหนึ่ง (คำพิพากษาศาลแพ่ง กรุงเทพมหานคร วันที่ 6 กรกฎาคม 2531)

ตัวอย่างนี้สอนให้รู้ว่า ศาลยุติธรรมไม่ได้เป็นทาสของตัวบทกฎหมาย แต่เป็นผู้ใช้กฎหมาย โดยอิงหลักความเป็นจริง

[บทความนี้คัดและย่อมาจากหนังสือเรื่อง "สิทธิของฉันในเยอรมัน" ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับกฎหมายในวงจรชีวิตของคนไทยในเยอรมัน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย แต่เป็นบทความสนทนาเรื่องปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย และให้ข้อคิดเพื่อเก็บไปคิดต่อ ผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบในความถูกผิดแต่ประการใด>

หนังสือเรื่อง "สิทธิของฉันในเยอรมัน" (Bestell-Nr. 0293) ซึ่งยังมีกฎหมายประจำวันที่สำคัญๆ อีกมากมายเช่น วีซ่าประเภทต่างๆ กฎหมายสมรสและกฎหมายหย่า สิทธิการซื้อที่ดินในเมืองไทยหลังจากแต่งงานแล้ว เป็นต้น โปรดติดต่อสั่งซื้อได้ในราคา 40,- EUR
โดยคุณ สุชาวดี วาคเน่อร์ http://www.thailife.de
ค้นข้อมูล ทนายชูศักดิ์


ขอบคุณคุณ Archin ค่ะที่เอาลิงค์มาฝากกัน

User avatar
Jum
แจมบ่อย
แจมบ่อย
Posts:245
Joined:Tue Oct 18, 2005 12:15 am
Location:Lampang, Thailand

การเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามีชาวต่างชาติ

Post by Jum » Thu Dec 29, 2005 9:50 am

การใช้นามสกุลแฟนจะมีปัญหามัยคะในการซ์อที่ดินที่เมืองไทย
สวัสดีคะ ทุกๆคน ษรคนเดิมมีข้อข้องใจอยากถามพี่ๆที่มีประสบการณ์จากการแต่งงานกะหนุ่มสวีเดน หรือว่าฝรั่งชาติอื่นว่า
1. ถ้าแต่งงานแล้วเราเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของแฟนหรือสามีแล้วเนี่ย จะมีปัญหารในการซื้อที่ดิน หรือการดำรงชีวิตที่เมืองไทยหรือไม่ ษรได้ยินมาว่าถ้าเค้าเห็นชื่อหรือนามสกุลเป็นฝรั่ง ปัญหาในการซ์อที่ดินจะตามมา เหมือนกับจะไม่อนุญาติในการซื้อที่ดิน อะไรทำนองเนี้ยนะคะ
2. แล้วถ้ายังใช้นามสกุลเราแล้วเอานามสกุลแฟนเข้ามาใช้ด้วย พี่ๆคิดว่าจะเป็นปัญหามัยคะ


ษรรบกวนช่วยตอบคำถามหรือให้ข้อมูลหรือรบกวนสอบถามจากผู้ที่มีประสบการณืในเรื่องนี้ให้ษรหน่อยนะคะ จะขอบพระคุณมาก

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
ตอบ

๑. ไม่มีปัญหาทางกฏหมาย แต่อาจมีปัญหาใต้โต๊ะ จึงควรสอบถาม จนท ด้วยความเป็นมิตร อ่อนน้อม ดูข้อมูลด้านล่าง ประกอบ เพิ่มเติม

๒. ติดต่อที่ว่าการอำเภอ เรื่อง นามสกุลค่ะ ษรอยู่เมืองไทยแล้วไม่ใช่เหรอ

ข้อมูลจากกรมที่ดิน

๓. กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีหรือเคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวและบุคคลสัญชาติไทยที่เป็นบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าว ขอได้มาซึ่งที่ดิน

๓.๑ กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสโดยชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าว ขอซื้อที่ดินหรือขอรับโอนที่ดินในกรณีอื่นที่คล้ายคลึงกันในระหว่างสมรส หรือในระหว่างอยู่กินฉันสามีภรรยากับคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี หากสอบสวนแล้ว ผู้ขอและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินทั้งหมด เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไปได้
สำหรับกรณีที่คู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทย ที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือห้องชุดนั้นอยู่ต่างประเทศและไม่สามารถไปยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคู่สมรสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ให้คู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวไปดำเนินการบันทึกถ้อยคำไว้เป็นลายลักษณ์อักษรที่สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลหรือโนตารีปัปลิค ให้ได้ใจความว่า เงินทั้งหมดที่คู่สมรสที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยนำไปซื้อที่ดิน หรือห้องชุดนั้นเป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัวของคู่สมรสที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นสินสมรส หรือเป็นทรัพย์สินที่คู่สมรสต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมด้วยแต่อย่างใด และให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับรองว่าบุคคลที่ทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทยจริง เสร็จแล้ว ถือมามอบให้เจ้าพนักงานที่ดินที่จะทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ ก็จะดำเนินการให้ได้

อนึ่ง สำหรับกรณีคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวที่ซื้อ หรือถือครองที่ดินหลังสมรส โดยแจ้งหรือยื่นเอกสารเป็นเท็จว่าเป็นโสดหรือไม่ได้สมรสกับคนต่างด้าวต่อเจ้าหน้าที่ก่อนที่กระทรวงมหาดไทยจะมีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๗๙๒ ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ หรือซื้อหรือถือครองกรรมสิทธิ์ในห้องชุดหลังสมรสโดยแจ้งหรือยื่นเอกสารเป็นเท็จว่าเป็นโสด หรือไม่ได้สมรสกับคนต่างด้าวก่อน กรมที่ดินมีหนังสือ ที่ มท ๐๗๑๐/ว ๓๔๑๖๗ ลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ ให้คู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายมายืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคู่สมรสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินหรือห้องชุดทั้งหมดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน เสร็จแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินเก็บเข้าสารบบไว้ และหากคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวอยู่ต่างประเทศ และไม่สามารถไปยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคู่สมรสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ก็ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับกรณีคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทย ที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือห้องชุดอยู่ต่างประเทศ เสร็จแล้วนำมามอบให้เจ้าพนักงานที่ดินเก็บเข้าสารบบไว้

๓.๒ กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าวขอรับให้ที่ดินในระหว่างสมรส หรือระหว่างอยู่กินฉันสามีภรรยากัน หากสอบสวนแล้วเป็นการรับให้ในฐานะที่เป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัวของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว มิได้ทำให้คนต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของในที่ดินร่วมด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไป

๓.๓ กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่เคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวแต่ได้หย่าขาดจากกัน หรือเลิกร้างกันแล้ว หรือบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวที่มีสัญชาติไทยขอทำนิติกรรมให้ได้มาซึ่งที่ดิน หากสอบสวนแล้วไม่ปรากฏพฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมาย พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไป
--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 2
จาก "ผู้ขอและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินทั้งหมด เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไปได้ "

มีตัวอย่างหนังสือรับรอง ซึ่งอาจทำสัญญาต่อหน้า เจ้าพนักงานที่ดิน ว่าเงินที่จะนำมาซื้อที่ดิน นั้น เป็นเงินของเรา (ผู้มีสัญชาติไทย)ล้วนๆ ดังนั้น ที่ดิน หรือ ทรัพย์สินอันไดต่อไปนี้ จะเป็นสิทธิของเรา (ผู้มีสัญชาติทย) แต่เพียงผู้เดียว

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 3
ปัญญาอีกปัญหาหนึ่ง คือ ปัญหาสามีฝรั่ง อยากมีส่วนร่วมในการถือครองที่ดินร่วมกับภรรยาคนไทย ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องต่างๆ

โปรดอ่านหัวข้อต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ (จะได้ไม่งงมาก)

http://www.pantown.com/market.php?id=9364&name=market2

วิธีการที่หลายๆคู่ ตกลงกัน คือ

๑. การเช่าที่ดิน เพื่อปลูกสร้างบ้าน กฏหมายอนุญาตให้คนต่างชาติสามารถเช่าที่ดิน โดยกำหนดระยะเวลาการเช่าไว้เกินกว่า 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี ซึ่งผู้เช่าและผู้ให้เช่าอาจตกลงกันต่อระยะเวลาการเช่าออกไปอีกได้มีกำหนดไม่เกิน 50 ปี นับแต่วันที่ตกลงกัน

๒. ซื้อที่ดิน

โดย คุณเอง หรือ คนในครอบครัว หรือ ญาติสนิท ที่ไว้ใจได้ ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แล้วคุณกับสามีฝรั่ง ทำเรื่องเช่าที่ดินนั้นต่ออีกทีหนึ่ง ทำสัญญาเช่า เป็นระยะเวลา หลายสิบปี (เท่าที่ กฏหมายเอื้ออำนวยนั่นแหละ)

วันไหนที่คุณหย่ากับสามี ก็ สามารถให้ญาติคุณคนนั้น โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินกลับคืนมาให้คุณเหมือนเดิม

๓. บอกสามีไปตรงๆว่า เค้าไม่มีสิทธิ์ใดๆในการถือครองที่ดิน ไปเสียแต่เนิ่นๆ หากมีปัญหาหย่าร้าง ต้องแบ่งทรัพย์สิน ก็ต้องให้เค้าฟ้องร้องเอา ซึ่งแน่นอนว่า เค้ามีสิทธิ์ชนะ และคุณจำเป็นต้องขายทรัพย์สินนั้น และ แบ่งเงินให้เค้าครึ่งหนึ่ง ( ถ้าคุณไม่ได้ทำสัญญา แต่ทีแรกว่า ทรัพย์สินนั้นเป็นของคุณ)

แค่นี้ ก่อนนะคะ คนเขียนชักจะงงๆแล้ว ล่ะ ฮี่ๆ
--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 4
สำหรับคนไทย ที่มีสองสัญชาติ

กฎหมายเรื่องที่เกี่ยวกับ ทีดิน ให้ถือว่า สัญชาติที่ได้มาใหม่นั้น เป็นสัญชาติของคุณ

ดังนั้น คุณจะมีสิทธิในการ ถือครองที่ดิน เฉกเช่นเดียวกัน กับ ชาวต่างชาติ หรือ ที่เรียกว่าคนต่างด้าวนั่นเองค่ะ

มากน้อยแค่ไหน ลองหาอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องเอาเองนะคะ

natty
ผู้ตรวจทาน
ผู้ตรวจทาน
Posts:4140
Joined:Tue Nov 15, 2005 5:26 am

คนไทยเมื่อแปลงชาติเป็นคนต่างด้าวแล้วจะเสียสัญชาติไทยโดยทันที

Post by natty » Wed Aug 25, 2010 8:46 pm

คนไทยเมื่อแปลงชาติเป็นคนต่างด้าวแล้ว จะเสียสัญชาติไทยโดยทันทีหรือไม่ ?

คน ไทยที่แปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าวย่อมเสียสัญชาติไทย แต่การนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเท่านั้น ดังนั้น มหาดไทยจึงขอให้สถานทูตส่งชื่อที่อยู่ของคนไทยที่แปลงชาติไปยังมหาดไทยเพื่อ ประกาศให้เสียสัญชาติในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

ที่มา :- http://www.consular.go.th/modules.php?n ... 3%B3%EC#42

Locked

Return to “Passport และเอกสารที่ออกโดยราชการไทย”